มาการอง ขนมหวานสุดน่ารักจากฝรั่งเศส

  มาการอง เป็นขนมหวานรูปวงกลมสีสันสดใสน่ากินโดยมีต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศส มาการองเริ่มแรกเป็นขนมที่ทำมาจากอัลมอนต์ น้ำตาลและไข่ขาว  จนกระทั่งช่วงต้นศตวรรษที่ 20 หน้าตาของ มาการองหรือมาการูน ก็เปลี่ยนไปเป็นขนมที่มีสีสันฉูดฉาด และนำมาการูนสองแผ่นมาประกบกันโดยมีไส้ chocolate panache ช็อกโกแล็ตผสมครีม โดย Pierre Desfontainesหลายชายของ Louis Ernest Ladureeร้านเบเกอรี่ชื่อดังในฝรั่งเศส  วิธีการทำมาการองนั้นอาจจะมีค่อนข้างมีการทำแบบพิถีพิถันพอสมควร  ดังนั้นเราจึงมีวิธีทำและส่วนประกอบมานำเสนอให้

ส่วนประกอบมาการอง

1.ไข่ไก่เบอร์ 2  โดยต้องแยกไข่ขาวออกจากไข่แดง และอย่าให้มีไข่แดงมาผสมเด็ดขาด
2.อัลมอนต์ป่น
3.น้ำตาลไอซิ่ง
4.น้ำตาลทรายละเอียด
5.ครีมออฟทาร์ทาร์
6.เกลือเล็กน้อย
7.สีผสมอาหาร

วิธีการทำ

1.นำอัลมอนต์ไปอบเพื่อไล่ความชื้นที่อุณหภูมิ 150 องศา อบที่ประมาณ 5 นาที เมื่ออบเสร็จแล้ว เอาออกมาพักให้เย็น

2.ตีไข่ขาวด้วยตะกร้อจนเกิดฟอง จากนั้นใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ แล้วตีให้เข้ากัน จากนั้นนำเข้าเครื่องปั่นตีด้วยความเร็วปานกลาง จากนั้นก็มาแบ่งน้ำตาลเป็น 3 ส่วน แล้วค่อยๆเติมน้ำตาลทรายไปทีละส่วนระหว่างการตี ตีไปเรื่อยๆจนส่วนผสมตั้งยอด จึงหยุดใส่สีผสมอาหารตามใจชอบ จากนั้นจึงตีด้วยตะกร้อให้สีผสมเข้ากัน

3.นำอัลมอนต์ป่นที่พักจนเย็นแล้วมาคลุกเคล้ากับน้ำตาลไอซิ่ง และใช้ถ้วยร่อน ร่อนออกมา

4.นำอัลมอนต์และไอซิ่งที่ร่อนแล้วแบ่งเป็น 3 ส่วน นำมาผสมในเมอแรงค์ทีละส่วน โดยใช้ไม้พายค่อยๆตะล่อมจนเข้ากัน และใส่หัวบีบเพื่อบีบลงแท่นพิมพ์มาการองที่เตียมไว้ จากนั้นก็พักผิวมาการองทิ้งไว้ประมาณ 1 ชม. หรือจนกว่าหน้าผิวจะแห้ง บางทีถ้าทำในห้องแอร์จะดีที่สุด

5.เมื่อพักผิวจนแห้งดีแล้ว นำเข้าเตาอบ ใช้อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน-ล่าง (พัดลม) อบประมาณ 5 นาที แล้วเปิดฝาเตาอบสักพักเพื่อไล่ความชื้น และอบต่ออีกประมาณ 8 นาที เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้เย็น แซะออกจากพิมพ์แล้ใส่ไส้ตามชอบ โดยบีบไส้ไว้ตรงกลางและเอามาประกบกัน

ขนมมองบลังค์ ภูเขาลูกน้อยแสนอร่อยจากฝรั่งเศส

  ขนมมองบลังค์คือขนมหวานที่ขึ้นชื่อมากจากทางประเทศฝรั่งเศส ชื่อมองบลังค์มาจาก ภูเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์ อยู่ทางยุโรปตะวันตกขนมมองบลังค์ จะมีลักษณะเหมือนภูเขาลูกเล็กๆโดยที่ส่วนของภูเขาก็เกิดจากการเอาส่วนผสมต่างๆมาตีเข้ากับครีม เช่น เกาลัด มันเทศ ฟัทอง ฯลฯ โดยบดผสมกับวิปปิ้งครีม ปรุงแต่งด้วยน้ำตาล บางสูตรอาจมีการใส่เหล้ารัมลงไป ตัวเนื้อข้างในจะเป็นมูสหรือวิปครีมที่ตีขึ้นจนฟู ชั้นล่างสุดจะเป็นเนื้อเค้กหรือแป้งทาร์ต

สาวนประกอบการทำมองบลังค์ แบ่งออกเป็นดังนี้

ส่วนผสมแป้งทาร์ต   1. เนยสด (ให้เอาเข้าตู้เย็นให้เย็นจัด)   2.น้ำตาลไอซิ่ง   3.อัลมอนด์บด  4.เกลือเล็กน้อย
5.ไข่ไก่ตีแล้ว   6.วานิลาผง    7.แป้งสาลีอเนกประสงค์
วิธีทำ

1.ให้ร่อนแป้งเอนกประสงค์ อัลมอนต์ผง วานิลลา ไอซิ่ง เกลือ ร่อนรวมกันให้เป็นเนื้อเดียว

2.ใส่เนยเย็น โดยหั่นเนยเป็นชิ้นเล็กๆ คลุกเคล้าให้เข้ากันกับแป้งที่ผสมไว้

3.ค่อยใส่ไข่ลงไปที่ละนิดๆ โดยให้มือคลกเคล้าให้เข้ากัน จนแป้งจับตัวเป็นก้อน จากนั้นให้นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง โดยใช้พลาสติกแรปให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้อากาศเข้าไปได้

4.เมื่อครบเวลาที่กำหนดแล้ว ให้นำแป้งมากรุใส่แป้นพิมพ์ โดยทาเนยขาวไว้ที่แป้นก่อน จากนั้นใช้ส้อมจิ้มให้เป็นรูเพื่อไล่อากาศ

5.นำเข้าเตาอบไฟบนไฟล่างที่อุณหภูมิ 160 องศา อบ 15 นาที แบะเอาออกมาพักไว้ให้เย็น

ส่วนผสมตัวมองบลังค์ สูตรนี้เราจะใช้ผลไม้เป็นเกาลัด
1.เนื้อเกาลัดสุก  2.น้ำตาลทราย   3.น้ำสะอาดเกลือ
วิธีทำ
ใส่ทุกอย่างลงในหม้อ เคี่ยวไฟปานกลางจนน้ำเชื่อมข้น ปิดไฟทิ้งให้อุ่น นำเนื้อเกาลัดและน้ำเชื่อมปั่นจนละเอียด เมื่อทุกอย่างเข้ากันดีและเดือดแล้วให้ปิดไฟและพักไว้จนเย็น

ต่อไปเป็นวิธีการทำเกาลัดเชื่อม ให้ใส่เกาลัด น้ำเปล่า น้ำตาล และเนยสดลงไปเคี่ยวในหม้อคตั้งไฟปานกลางจนเดือด จากนั้นปิดไฟ และพักให้เย็น  หลังจากนั้นก็มาทำในขั้นตอนของวิปครีม โดยตีวิปครีมด้วยความเร็วปานกลาง ค่อยใส่ไอซิ่งลงไปทีละน้อยๆ ตีจนวิปครีมขึ้นฟู และนำมาผสมกับตัวมองบลังค์ที่ทำไว้ตอนแรก โดยตี และค่อยๆเติมวิปปิ้งครีมทีละน้อยๆ

เมื่อได้ส่วนผสมทุกอย่างก็เป็ยวิธีการประกอบตัวมองบลังค์  โดยวางแผ่นเค้กลลงบนทาร์ต ตามด้วยยอดวิปครีมเป็นก้อนตรงกลางแผ่นค้ก จากนั้นวางเกาลัดเชื่อมไว้บนวิป และบีบวิปให้เป็นยอดจั่ว ตามด้วยบีบครีมเกาลัดวนรอบจั่ว สุดท้ายก็วางด้วยเกาลัดเชื่อมบนยอด เป็นอันเสร็จ

ขนมซูเฟล่ หวานละลายในปาก

  ขนมซูเฟล่ คือขนมที่อยู่กับประเทศฝรั่งเศสมานานแล้ว ด้วยวิธีการที่ทำง่าย จึงแทบจะเป็นขนมประจำครอบครัวของชาวฝรั่งเศสเลยทีเดียว ซูเฟล่ จะมีลักษณะนุ่ม ฟู มีเนื้อที่บางเบา เมื่อรับประทานไปแล้วจะรู้สึกเหมือนกับว่าละลายในปาก ความหมายของซูเฟล่ ก็มาจาก การตีเป็นฟอง หรือทำให้พองฟู ซึ่งนี่ก็คือเอกลักษณ์ของขนมชนิดนี้นั่นเอง  การเสิร์ฟซูเฟล่ ต้องรีบเสิร์ฟหลังจากที่ออกจากเตาในทันที เพราะความฟูของซูเฟล่จะมาสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ที่ชิมได้ในเวลาไม่นานนัก หลังจากนั้นมันจะค่อยๆยุบตัวลง

ส่วนประกอบและวิธีการทำ

1.เม็ดช็อกโกแลตชิป   2.แป้งสาลีเอนกประสงค์   3.นมสดรสจืด   4.กาแฟผง   5.ผงโกโก้
6.น้ำตาล   7.ไข่แดงของไข่ไก่    8.ไข่ขาว   9.วานิลา   10.เกลือ   11.ครีมออฟทาร์ทา

วิธีการทำ
1.อบถ้วยซูเฟล่โดยใช้เนยทาให้ทั่วแล้วโรยด้วยน้ำตาลทรายเม็ดเล็กๆให้ติดทั้งถ้วยโดยอบที่อุณหภูมิ 375 องศาฟาเรนไฮน์

2.เอาผงโกโก้ กาแฟ แป้ง น้ำตาล ลงในหม้อ จากนั้นเทนมตามลงไป และนำไปตั้งไฟคนส่วนผสมให้เข้ากัน คนไปเรื่อยๆจนเดือดและยกลงจากเตา

3.ใส่เม็ดช็อกโกแลตชิป คนให้ละลาย เมื่อละลายแล้วก็ใส่ไข่แดงตามลงไป คนเร็วให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วใส่กลิ่นวานิลาลงไป

4.ทิ้งส่วนผสมไว้ให้เย็นด้วยอุณหภูมิห้อง เมื่อเย็นแล้วก็ใส่ไข่ขาวลงในอ่างผสม ใส่เกลือ และครีมออฟทาร์ทาร์ลงไป ตีไข่ขาวจนตั้งยอด  นำไปอบในเตาอบประมาณ 20 นาที จนซูเฟล่หยุดฟู สามารถเสิร์ฟได้เลย

ขนมกาเนอเล่ ขนมประวัติยาวนานจากฝรั่งเศส

  ขนมกาเนอเล่ ถือเป็นขนมเก่าแก่ของประเทศฝรั่งเศสเลยทีดียว เนื่องจากมีต้นกำเนิดมาประมาณ 400 ปีที่แล้ว (ประมาณสมัยอยุธยาเราได้เลย) ประวัติของมันเกิดจากบรรดาเหล่าแม่ชี ได้รวมตัวกันเพื่อทำขนมชนิดนี้ แจกจ่ายให้กับคนยากคนจน โดยการเอาแป้งมารีด และม้วน เอาไปทอด ต่อมาจึงมีการประยุกต์ใส่แม่พิมพ์ให้ดูสวยงาม  ส่วนผสมของขนมชนิดนี้ จะมี นม วานิลา น้ำตาล แป้ง ไข่แดง เนย เหล้ารัม มาผสมรวมกัน เจ้าขนมชนิดนี้จะมีขนาดเล็ก นุ่มลิ้น เคลือบด้วยคาราเมลชั้นหนาๆ เมื่อกินไปแล้วจะมีความรู้สึกแบบกรอบนอกนุ่มใน

ส่วนประกอบและวิธีการทำ

1.นม    2.เนย  3.น้ำตาล   4.แป้งอเนกประสงค์   5.ไข่ไก่    6.เกลือ    7.วานิลา   8.เหล้ารัม

วิธีการทำ

1.ต้มนมและเนยให้เดือดด้วยไฟปานกลาง จากนั้นทิ้งให้เย็น   เมื่อรอจนนมเย็นแล้ว จึงตีไข่ใส่ลงไป และคนให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ ไม่ต้องแรงมา

2.ร่อนแป้งอเนกประงค์กับน้ำตาลคลุกเคล้าให้เข้ากัน

3.ให้เทส่วนผสมของนมและไข่ที่เตรียมไว้ลงไปในแป้งกับน้ำตาล จากนั้นก็ตีให้เข้ากัน และค่อยๆใส่วานิลา เหล้ารัมพร้อมเกลือเพียงเล็กน้อย เมื่อได้ที่แล้ว ให้เอาแรปมาคลุมไว้ เข้าแช่ในตู้เย็นไว้ประมาณ 2 วัน หมั่นเข้าไปคนส่วนผสมวันละครั้งพอ
4.เมื่อครบกำหนดแล้ว ก็อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 460 องศาฟาเรนไฮต์ จากนั้น ก็อุ่นแม่พิมพ์ซิลิโคนวางบนถาดรองในเตาอบ 3 นาที และนำเนยมาทาที่ก้นหลุมพิมพ์นิดหน่อย

5.เทแป้งลงในพิมพ์ประมาณ ¾ ของหลุม เพื่อเหลือพื่นที่ให้ขนมฟูขึ้นมาเอง
6.อบด้วยความร้อน 460 องศาฟาเรนไฮต์ เป็นเวลา 15 นาที และลดเหลือ 370 องศาฟาเรนไฮต์  อบต่อไปอีก 1 ชั่วโมงอาจจะมากกว่าไม่เกิน 7 นาที คอยสังเกตุว่าต้องการให้ขนมมีความเกรียมแค่ไหน จากนั้นกถือว่าเป็นอันเสร็จ

เอแคลร์ ขนมหวานสุดน่ารักจากฝรั่งเศส

  ขนมจากฝรั่งเศสที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดีที่สุดก็คือ เอแคลร์ ขนมรูปร่างกลมๆรีๆขนาดพอดีคำ ข้างในสอดไส้ครีมหอมหวาน ที่ฝรั่งเศสจะเรียกขนมชนิดนี้ว่าชูส์ (Choux) ส่วนคำว่า ลักษณะเด่นของเอแคลร์คือ จะเป็นขนมที่มีเปลือกคงรูป ภายในเป็นรูกลวง บรรจุไส้ต่างๆไว้ เช่น ไส้ครีมช็อคโกแล็ต วานิลา สตอร์เบอร์รี่ ฯลฯโดยจะเจาะรูเล็กๆที่เปลือก แล้วบีบไส้ครีมต่างๆเข้าไปในช่องว่างให้เต็ม

ส่วนประกอบและวิธีการทำ
ตัวเอแคลร์

1.แป้งสาลี   2.เนยขาวหรือมาการีน  3.น้ำ   4.ไข่

ไส้เอแคลร์
1.นมข้นจืด    2.น้ำเปล่า    3.น้ำตาลทราย    4.ไข่ไก่ทั้งฟอง    5.แป้งข้าวโพด    6.กลิ่นวานิลลา   7.เนยสดชนิดเค็ม

วิธีการทำ

1.นำน้ำกับเนยไปต้มให้เดือดด้วยไฟปานกลาง จากนั้นให้ร่อนแป้ง  และนำแป้งที่ร่อนแล้วลงไปคนในน้ำผสมเนย คนเร็วๆจนแป้งรวมตัวกันเป็นก้อน และร่อนออกจากภาชนะ กวนแป้งต่อไปอีกเพื่อให้มีลักษณะข้นเป็นเจลและสุกทั่วถึงกัน

2.นำแป้งที่ได้มาพักไว้ให้อุ่น ในอุณหภูมิ 21-24 องศาเซลเซียส ค่อยๆใส่ไข่ทีละฟองจนหมด  จากนั้นเอาใส่ถุงบีบ โดยบีบบนถาดที่ทาด้วยเนย หรือ รองด้วยแผ่นรองอบ อบที่อุณหภูมิ 375 องศาฟาเรนไฮต์ 20 นาที จนเหลืองสุก แล้วนำมาพักไว้ให้เย็น

3.เตรียมทำไส้เอแคลร์  โดยผสมนมข้น น้ำเปล่า ไข่ไก่ แป้งข้าวโพด คนจนทุกอย่างเข้ากัน จากนั้นนำไปกวนบนเตาเปิดไฟกลางให้ใส่น้ำรองไว้ด้านล่าง คนโดยไม้พายตลอดเวลาจนทุกอย่างเข้ากัน เมื่อเริ่มข้นแล้ว ให้ใส่เนยสด และกลิ่นวานิลาลงไป จากนั้นคนอีกสักครู่แล้วจึงยกลงพักไว้ให้เย็น โดยใช้น้ำเย็นใส่น้ำแข็งรองไว้ด้านล่างแล้วค่อยวางถาดที่ใส่ไส้ลงไปอีกที จากนั้นแรปด้วยพลาสติก รอให้เย็น

4.เจาะรูที่เปลือกแป้งเอแคลร์ แล้วจึงบีบไส้ลงไปให้เต็มรู

เครม บรูเล ขนมหวานสุดคลาสิคจากฝรั่งเศส

เครม บรูเล คือขนมหวานสัญาชาติฝรั่งเศส ลักษณะคล้ายๆกับ แพนนาคอตตา ขนมหวานชื่อดังจากประเทศอิตาลี ที่บอกว่าคล้ายกัน เนื่องมาจาก กรรมวิธีการทำเครม บรูเล มีความคล้ายกับแพนนาคอตตา เพียงแต่เครม บูเล เป็นคัสตาร์ด ไม่ใช่พุดดิ้ง เวลาจะทำให้ครีมตั้งตัวขึ้นมาได้ต้องใช้ไข่แดง ไม่ใส่เจลาตินเหมือนพุดดิ้ง  เครม บรูเล มีจุดเด่นอย่างหนึ่งคือ เมื่อนำเครม บรูเลออกจากตู้เย็นเพื่อเตรียมพร้อมเสิร์ฟนั้น เขาจะเอาน้ำตาลทรายแดงโรยหน้าขนมจนทั่ว จากนั้นจะใช้ปืนพ่นไฟเผาน้ำตาลจนไหม้เป็นผิวคาราเมลเคลือบอยู่บนหน้า ทำให้ขนมชนิดนี้มีทั้งความร้อนและเย็น ผสมผสานกับความหวานและขม กลมกล่อม อยู่ในนั้น นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อภาษาฝรั่งเศส ที่มีความหมายว่า ครีมไหม้

ส่วนประกอบและวิธีการทำ

1.ไข่แดง   2.นมข้นหวาน  3.นมสดข้น   4.นมสด   5.น้ำตาล  6.น้ำตาลทรายแดงสำหรับโรยหน้า  7.วานิลาแบบผง
วิธีการทำ

1.เตรียมอุ่นเตาอบ ไฟบน ไฟล่าง ประมาณ 200 องศาก่อนจะอบขนมจริง

2.ผสมนม นมข้นจืด นมข้นหวาน น้ำตาลตั้งเตาที่ไฟปานกลาง คนจนละลายเข้ากัน รอจนกว่านมจะอุ่น

3.ตีไข่แดง ค่อยๆตีอย่าให้เกิดฟอง แล้วค่อยๆเทลงในนมที่อุ่นแล้ว (นมร้อนจะทำให้ไข่สุก ต้องระวังเป็นอย่างมาก)

4.กรองส่วนผสมทั้งหมดด้วยผ้าขาวบาง และนำผงวานิลามาผสมกับน้ำนมไข่ที่ผสมกันแล้ว

5.ค่อยๆเทส่วนผสมที่ผสมแล้วลงในถ้วยพิมพ์ โดยเทอย่าให้มีฟอง ถ้าเกิดฟองถ้ามีก็เอาไม้จิ้มฟันจิ้มให้ฟองหาย

6.จัดถาดรองพิมพ์ และใส่น้ำลองก้นเวลาอบ อบประมาณ 25-30 นาที ใส่ระหว่างชั้นกลางของเตาอบ เมื่ออบเสร็จให้เปิดตรวจดูจนกว่าจะสุก และหลังจากอบเสร็จแล้วรอให้ขนมเย็นตัว หรือจะเอาไปแช่เย็นก็ได้ เมื่อต้องการเสิร์ฟแล้วให้เอาออกมาโรยด้วยน้ำตาลทรายแล้ว แล้วเอาไฟลนให้น้ำตาลละลาย