ขนมใต้ หร่อยจังฮู

ดินแดนทางภาคใต้ของประเทศไทยต้องบอกเลยว่าเป็นอะไรที่สุดยอดมากเลยทีเดียว นอกจากวัฒนธรรมประเพณีศิลปะและการใช้ชีวิตของคนภาคใต้มีเสน่ห์เหลือเกิน ภาคใต้ดินแดนที่หลายจังหวัดติดทะเลทั้งสองชายฝั่งที่มีอาชีพทำประมงส่วนใหญ่ ดินแดนทางภาคใต้ยังมีขนมที่มีความอร่อยทั้งรสชาติและวิธีการทำที่หลากหลายสูตรเลยทีเดียว แน่นอนว่ายังมีเรื่องเล่าตามความเชื่อของคนใต้ในเทศกาลวันสารท เดือนสิบ ก็จะมีการทำบุญด้วยขนมที่เป็นในแต่ละท้องถิ่นทางใต้เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น ขนมลา ที่อร่อยมาก ขนมพองและ ข้าวต้มห่อด้วยใบกะพ้ออันมีชื่อเสียงในภาคใต้ ภาคใต้ยังมีขนมพื่นบ้านที่เราต้องทำความรู้จักกันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ขนมหน้าไข่ ที่มีส่วนประกอบสำคัญอย่างแป้งข้าวเจ้านวด น้ำตาล ไข่ กะทิ ตะไคร้ และหัวหอม ขนมที่เราน่าจะรู้จักอีก คือขนมก้องถึ่ง ที่มีการทำด้วยส่วนประกอบที่สำคัญอย่าง ถั่วลิสง น้ำตาล ขนมที่มาจากสุราษฎร์ธานี เป็นขนมที่นิยมทำกันมากคือ ขนมกรุบ ที่บอกเลยว่าคนสุราษฎร์ธานี ทำอร่อยเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว ขนมของชาวไทยมุสสิมทางภาคใต้อย่าง ขนมดาดา พร้อมกับฆานม ใช้ในพิธีเข้าสุหนัต และพิธีแต่งงาน ขนมอีกชนิดหนึ่งคนมุสสิมทางภาคใต้กับ ขนมฆีมันไม้ที่ต้องพิถีพิถันในการทำเป็นอย่างมาก ต้องเก็บไว้ 1 คืน 1 วันแล้วนำมารับประทานกันได้ ขนมที่อร่อยต้องขนมคนที ที่วัตถดุดิบหลักๆทำมาจากใบคนที ที่ต้องผสมกับแป้งและน้ำตาล คลุกกับมะพร้าวขูด นิ่งให้สุก จิ้มกับน้ำตาลทราย นี่คือเรื่องราวของขนมทางภาคใต้ที่นำมาฝากกันนะครับ

วุ้นกะทิ

วุ้นกะทิเมนูของหวานท่านเล่นเป็นของชอบทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทำเองได้ง่ายๆและสามารถทำเป็นรูปต่างๆได้หลากหลายด้วยพิมพ์วุ้นซิลิโคนทำให้วุ้นกะทิของเราเพิ่มความน่ารับประทานและยังสามารถแต่งสีตามชอบได้อีกด้วยยิ่งนำไปแช่เย็นๆกินตอนอากาศร้อนๆยิ่งสุดยอดเข้าไปใหญ่ถ้ามีฝีมือแล้วจะทำเป็นอาชีพเสริมก็ดีนะครับเพราะวุ้นกะทิผมเชื่อว่าต้องเป็นของโปรดของใครหลายๆคนอยู่แน่

ส่วนผสม วุ้นกะทิ   ผงวุ้น 1 1/2 ช้อนโต๊ะ, น้ำเปล่า 350 มิลลิลิตร , หัวกะทิ 2 1/2 ถ้วย  , ใบเตย หั่นเป็นท่อน 2-3 ใบ  , น้ำตาลทรายขาว 1/2 ถ้วย  ,  เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

ส่วนผสม วุ้นสี  ผงวุ้น 1 ช้อนชา , น้ำเปล่า , น้ำตาลทรายขาว 1/2 ถ้วย  ,  สีผสมอาหาร 1 ช้อนชา

วิธีทำวุ้นกะทิ

  • ทำวุ้นกะทิโดยใส่น้ำเปล่าลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟพอร้อน ใส่ผงวุ้นลงไปคนให้ละลาย พอน้ำเดือดแล้วให้ปิดไฟ คนต่อไปเรื่อย ๆ จนผงวุ้นละลายหมด
  • ใส่ใบเตยลงไป คอยกวนไปเรื่อย ๆ ให้พอมีกลิ่นใบเตย ตามด้วยน้ำตาลทรายขาว คนจนน้ำตาลทรายละลายและส่วนผสมเดือด เทหัวกะทิใส่ลงไป คนผสมให้เข้ากันพอเดือดเล็กน้อย ปิดไฟ ยกลงจากเตา
  • หยอดส่วนผสมวุ้นลงในพิมพ์ซิลิโคนประมาณ 1/2 พิมพ์ พักทิ้งไว้จนเซตตัว
  • ทำวุ้นสีโดยใส่น้ำเปล่าและผงวุ้นลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟคนให้ละลาย ใส่ใบเตยลงไป ตามด้วยน้ำตาลทรายขาว คนผสมจนน้ำตาลทรายละลายและมีกลิ่นใบเตย จากนั้นช้อนตักใบเตยทิ้ง
  • ใส่สีผสมอาหารลงไป คนผสมให้เข้ากัน พอเดือดแล้วปิดไฟยกลงจากเตา นำไปหยอดลงบนวุ้นกะทิที่เซตตัวแล้วประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ พักทิ้งไว้จนคลายความร้อน นำไปแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ

 

ขนม ใส่ไส้

วันนี้ที่จะพุดถึงขนมใส่ไส้นั้นเพราะว่าเป็นขนมไทยที่ผมชอบนั้นเองเป็นเมนูของหวานสุดอร่อยที่ตอนนี้ต้องบอกว่าหารรับประทานได้ยากพอสมควรแต่ถ้าร้านขนมไทยจริงๆอะมีแน่ครับ วันนี้เลยจะมาสอนวิธีการทำขนมใส่ไส้เผื่อบางคนที่แถวบ้านไม่มีขายขนมใส่ไส้หน้ากระฉีก สูตรนี้นำเสนอแบบห่อใบตองแบบสูตรไทยโบราณกันเลยที่เดียว จะทำกินเองหรือถ้าคล่องมือแล้วทำขายก็ได้ครับไม่หวงสูตร  และต้นทุนการทำไม่สูงมาก

ส่วนผสม ขนมใส่ไส้    มะพร้าวขูดขาว 2 1/2 ถ้วย   , น้ำตาลมะพร้าว 1 1/2 ถ้วย    , น้ำต้มสุก    , เทียนอบ (สำหรับอบควันเทียน) ใช้หรือไม่ใช้ก็ได้ตามความสะดวก , แป้งข้าวเหนียว 2 ถ้วย  , น้ำเย็น 1/3 ถ้วย (หรือน้ำใบเตย, น้ำอัญชันแช่เย็น หากต้องการเพิ่มสีสัน)   , แป้งข้าวเจ้า 1/3 ถ้วย   , เกลือป่น 2 ช้อนชา     , หัวกะทิ 3 1/3 ถ้วย ,  เตรียมใบตองตัดเป็น 2 ขนาด แผ่นใหญ่ขนาดประมาณ 5X9 เซนติเมตร และแผ่นเล็กขนาดประมาณ 4X6 เซนติเมตร แล้วตัดหัว-ท้ายเป็นสามเหลี่ยม เช็ดให้สะอาดทั้ง 2 ด้าน นำไปตากแดดทิ้งไว้สักครู่ (เพื่อไม่ให้ใบตองแตกขณะห่อขนม)

วิธีทำขนมใส่ไส้แบบห่อใบตอง

  • แผ่แป้งข้าวเหนียวที่ปั้นไว้เป็นแผ่นบาง ๆ (กะให้พอหุ้มไส้ได้มิด) จากนั้นหยิบไส้กระฉีกวางลงไปตรงกลางแล้วหุ้มแป้งให้มิด วางขนมลงบนใบตองที่ซ้อนกัน
  • หงายใบตองแผ่นใหญ่ขึ้น (ด้านนวล) แล้ววางทับด้วยใบตองแผ่นเล็ก วางไส้ขนมลงไป จากนั้นตักหน้าขนมประมาณ 1/2 ช้อนชา ใส่ด้านบนไส้
  • ห่อใบตองเป็นทรงสูง ใช้ใบมะพร้าวที่เตรียมไว้คาดและกลัดด้วยไม้กลัดให้เรียบร้อย ตัดปลายเตี่ยวให้เฉียงและยาวพองาม วางเรียงห่อขนมลงในชุดนึ่ง
  • นำขนมไปนึ่งในชุดนึ่งที่มีน้ำเดือดพล่านประมาณ 10 นาที ยกลงจากเตา

ขนม ถ้วย

สำหรับคนชอบกะทิหวานๆเลยทีเดียวกับของหวานเมนูนี้ขนมถ้วยขนมหอมหวานมันกะทิแบบเน้นๆแต่ทุกวันนี้ซื้อกินทีไรแล้วรู้สึกว่าพ่อค้าแม่ค้าจะเน้นแป้งรู้สึกว่าต้องการเพิ่มกะทิลองทำเองกันเถอะครับด้วยสูตรที่ผมกำลังจะบอกสูตรนี้ตัวขนมใช่น้ำตาลปิ๊บ รสชาติหวานกลมกล่อม เข้ากันดีกับหน้าขนมที่เป็นกะทิถ้าหากทำขายรับรองว่าขายไม่ถึงเดือนลูกค้าประจำเป็นร้อย

ส่วนผสม หน้าขนมถ้วย    แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย   ,  น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย   ,  เกลือป่น 1 ช้อนชา   ,  หัวกะทิ 2 ถ้วย

ส่วนผสม ตัวขนม     แป้งข้าวเจ้า 3/4 ถ้วย    ,    น้ำตาลปี๊บ 230 กรัม   ,   แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วย   ,   แป้งท้าวยายม่อม 1 ช้อนโต๊ะ   ,   น้ำลอยดอกมะลิ 1 1/4  ถ้วย (หรือน้ำผสมกลิ่นมะลิ)   ,   หางกะทิ 1/2 ถ้วย

วิธีทำขนมถ้วย

 

  • ทำหน้าขนมโดยผสมแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย เกลือป่น และหัวกะทิเข้าด้วยกัน ใช้มือขยำส่วนผสมจนเข้ากันและไม่เป็นเม็ด จากนั้นนำไปกรองผ่านตะแกรง เตรียมไว้
  • ทำตัวขนมโดยผสมแป้งข้าวเจ้า น้ำตาลปี๊บ แป้งมันสำปะหลัง แป้งท้าวยายม่อม น้ำลอยดอกมะลิ และหางกะทิเข้าด้วยกัน ใช้มือขยำส่วนผสมจนเข้ากันและน้ำตาลปี๊บละลายหมด จากนั้นนำไปกรองผ่านตะแกรง เตรียมไว้
  • นำถ้วยขนมไปนึ่งประมาณ 5 นาที (ป้องกันไม่ให้ขนมติดถ้วย)
  • เทส่วนผสมตัวขนมลงไปในถ้วย (ให้เกินครึ่งถ้วยเล็กน้อย) จากนั้นปิดฝานึ่งประมาณ 5 นาที พอครบเวลา ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที
  • เทส่วนผสมหน้ากะทิลงไปจนเต็มถ้วย นำไปนึ่งต่ออีกประมาณ 6-7 นาทีจนขนมสุก ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็นประมาณ 10 นาที
  • ค่อย ๆ ใช้ไม้พายหรือไม้ไอศกรีมแช่น้ำแคะขนมออกจากถ้วย ตักใส่จาน

ขนม ครก

วันหยุดครอบครัวอยู่พร้อมหน้ากันผมแนะนำเลยครับว่าให้หากิจกรรมครอบครัวทำถ้าคิดอะไรไม่ออกก็ต้องทำอาหารครับถ้าทำไม่เก่งจริงๆแนะนำขนมครกครับทำง่ายขอแค่มีเตาก็ทำอร่อยแล้วซึ่งขนมครกเมือนจะไม่มีอะไรมากมายแต่เราสามารถเพิ่มไส้ได้ช่วยกันคิดช่วยกันทำในครอบครัวผมบอกเลยว่าครอบครัวแฮปปี้ชีวิตก็แฮปปี้มาทำกันเลย

ส่วนผสม แป้งขนมครก    แป้งข้าวเจ้า 1 1/4 ถ้วย  , ข้าวสุก 1/3 ถ้วย    , น้ำตาลทราย 1/8 ถ้วย   , เกลือสมุทร 1 ช้อนชา   , น้ำปูนใส 1/4 ถ้วย   , หัวกะทิ 1 ถ้วย    , หางกะทิ 1/2 ถ้วย

ส่วนผสม หน้ากะทิ      หัวกะทิ 3/4 ถ้วย    ,   น้ำตาลทราย 1/8 ถ้วย    ,  เกลือสมุทร 1/4 ช้อนชา    ,  แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม หน้าขนมครก   ต้นหอมซอย , เผือกหั่นเต๋าเล็ก ๆ   , เม็ดข้าวโพด , น้ำมันพืชสำหรับทาเบ้าขนมครก

 

วิธีทำแป้งขนมครก

นำส่วนผสมตัวแป้ง ทั้งแป้งข้าวเจ้า ข้าวสุก น้ำตาลทราย เกลือสมุทร น้ำปูนใส หัวกะทิ และหางกะทิ ไปปั่นด้วยเครื่องปั่นจนละเอียดเข้ากันเป็นเนื้อเดียว เทใส่ภาชนะแล้ววางพักทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที

วิธีทำขนมครก

  • นำเบ้าขนมครกขึ้นตั้งไฟให้ร้อน ใช้ไฟปานกลาง ทาน้ำมันให้ทั่วหลุมแล้วตักแป้งหยอดลงไปประมาณ 3/4 ของหลุม
  • พอแป้งเริ่มเซตตัว ตักส่วนผสมหน้ากะทิหยอดทับลงไปให้เต็ม ปิดฝาขนมครก
  • พอขนมเริ่มสุก เปิดฝาโรยหน้าด้วยเผือก ข้าวโพด และต้นหอมซอย เมื่อขนมสุกใช้ช้อนแคะขนมออกจากเบ้า จัดใส่จาน

 

มาการอง ขนมหวานสุดน่ารักจากฝรั่งเศส

  มาการอง เป็นขนมหวานรูปวงกลมสีสันสดใสน่ากินโดยมีต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศส มาการองเริ่มแรกเป็นขนมที่ทำมาจากอัลมอนต์ น้ำตาลและไข่ขาว  จนกระทั่งช่วงต้นศตวรรษที่ 20 หน้าตาของ มาการองหรือมาการูน ก็เปลี่ยนไปเป็นขนมที่มีสีสันฉูดฉาด และนำมาการูนสองแผ่นมาประกบกันโดยมีไส้ chocolate panache ช็อกโกแล็ตผสมครีม โดย Pierre Desfontainesหลายชายของ Louis Ernest Ladureeร้านเบเกอรี่ชื่อดังในฝรั่งเศส  วิธีการทำมาการองนั้นอาจจะมีค่อนข้างมีการทำแบบพิถีพิถันพอสมควร  ดังนั้นเราจึงมีวิธีทำและส่วนประกอบมานำเสนอให้

ส่วนประกอบมาการอง

1.ไข่ไก่เบอร์ 2  โดยต้องแยกไข่ขาวออกจากไข่แดง และอย่าให้มีไข่แดงมาผสมเด็ดขาด
2.อัลมอนต์ป่น
3.น้ำตาลไอซิ่ง
4.น้ำตาลทรายละเอียด
5.ครีมออฟทาร์ทาร์
6.เกลือเล็กน้อย
7.สีผสมอาหาร

วิธีการทำ

1.นำอัลมอนต์ไปอบเพื่อไล่ความชื้นที่อุณหภูมิ 150 องศา อบที่ประมาณ 5 นาที เมื่ออบเสร็จแล้ว เอาออกมาพักให้เย็น

2.ตีไข่ขาวด้วยตะกร้อจนเกิดฟอง จากนั้นใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ แล้วตีให้เข้ากัน จากนั้นนำเข้าเครื่องปั่นตีด้วยความเร็วปานกลาง จากนั้นก็มาแบ่งน้ำตาลเป็น 3 ส่วน แล้วค่อยๆเติมน้ำตาลทรายไปทีละส่วนระหว่างการตี ตีไปเรื่อยๆจนส่วนผสมตั้งยอด จึงหยุดใส่สีผสมอาหารตามใจชอบ จากนั้นจึงตีด้วยตะกร้อให้สีผสมเข้ากัน

3.นำอัลมอนต์ป่นที่พักจนเย็นแล้วมาคลุกเคล้ากับน้ำตาลไอซิ่ง และใช้ถ้วยร่อน ร่อนออกมา

4.นำอัลมอนต์และไอซิ่งที่ร่อนแล้วแบ่งเป็น 3 ส่วน นำมาผสมในเมอแรงค์ทีละส่วน โดยใช้ไม้พายค่อยๆตะล่อมจนเข้ากัน และใส่หัวบีบเพื่อบีบลงแท่นพิมพ์มาการองที่เตียมไว้ จากนั้นก็พักผิวมาการองทิ้งไว้ประมาณ 1 ชม. หรือจนกว่าหน้าผิวจะแห้ง บางทีถ้าทำในห้องแอร์จะดีที่สุด

5.เมื่อพักผิวจนแห้งดีแล้ว นำเข้าเตาอบ ใช้อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน-ล่าง (พัดลม) อบประมาณ 5 นาที แล้วเปิดฝาเตาอบสักพักเพื่อไล่ความชื้น และอบต่ออีกประมาณ 8 นาที เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้เย็น แซะออกจากพิมพ์แล้ใส่ไส้ตามชอบ โดยบีบไส้ไว้ตรงกลางและเอามาประกบกัน

ขนมมองบลังค์ ภูเขาลูกน้อยแสนอร่อยจากฝรั่งเศส

  ขนมมองบลังค์คือขนมหวานที่ขึ้นชื่อมากจากทางประเทศฝรั่งเศส ชื่อมองบลังค์มาจาก ภูเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์ อยู่ทางยุโรปตะวันตกขนมมองบลังค์ จะมีลักษณะเหมือนภูเขาลูกเล็กๆโดยที่ส่วนของภูเขาก็เกิดจากการเอาส่วนผสมต่างๆมาตีเข้ากับครีม เช่น เกาลัด มันเทศ ฟัทอง ฯลฯ โดยบดผสมกับวิปปิ้งครีม ปรุงแต่งด้วยน้ำตาล บางสูตรอาจมีการใส่เหล้ารัมลงไป ตัวเนื้อข้างในจะเป็นมูสหรือวิปครีมที่ตีขึ้นจนฟู ชั้นล่างสุดจะเป็นเนื้อเค้กหรือแป้งทาร์ต

สาวนประกอบการทำมองบลังค์ แบ่งออกเป็นดังนี้

ส่วนผสมแป้งทาร์ต   1. เนยสด (ให้เอาเข้าตู้เย็นให้เย็นจัด)   2.น้ำตาลไอซิ่ง   3.อัลมอนด์บด  4.เกลือเล็กน้อย
5.ไข่ไก่ตีแล้ว   6.วานิลาผง    7.แป้งสาลีอเนกประสงค์
วิธีทำ

1.ให้ร่อนแป้งเอนกประสงค์ อัลมอนต์ผง วานิลลา ไอซิ่ง เกลือ ร่อนรวมกันให้เป็นเนื้อเดียว

2.ใส่เนยเย็น โดยหั่นเนยเป็นชิ้นเล็กๆ คลุกเคล้าให้เข้ากันกับแป้งที่ผสมไว้

3.ค่อยใส่ไข่ลงไปที่ละนิดๆ โดยให้มือคลกเคล้าให้เข้ากัน จนแป้งจับตัวเป็นก้อน จากนั้นให้นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 2 ชั่วโมง โดยใช้พลาสติกแรปให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้อากาศเข้าไปได้

4.เมื่อครบเวลาที่กำหนดแล้ว ให้นำแป้งมากรุใส่แป้นพิมพ์ โดยทาเนยขาวไว้ที่แป้นก่อน จากนั้นใช้ส้อมจิ้มให้เป็นรูเพื่อไล่อากาศ

5.นำเข้าเตาอบไฟบนไฟล่างที่อุณหภูมิ 160 องศา อบ 15 นาที แบะเอาออกมาพักไว้ให้เย็น

ส่วนผสมตัวมองบลังค์ สูตรนี้เราจะใช้ผลไม้เป็นเกาลัด
1.เนื้อเกาลัดสุก  2.น้ำตาลทราย   3.น้ำสะอาดเกลือ
วิธีทำ
ใส่ทุกอย่างลงในหม้อ เคี่ยวไฟปานกลางจนน้ำเชื่อมข้น ปิดไฟทิ้งให้อุ่น นำเนื้อเกาลัดและน้ำเชื่อมปั่นจนละเอียด เมื่อทุกอย่างเข้ากันดีและเดือดแล้วให้ปิดไฟและพักไว้จนเย็น

ต่อไปเป็นวิธีการทำเกาลัดเชื่อม ให้ใส่เกาลัด น้ำเปล่า น้ำตาล และเนยสดลงไปเคี่ยวในหม้อคตั้งไฟปานกลางจนเดือด จากนั้นปิดไฟ และพักให้เย็น  หลังจากนั้นก็มาทำในขั้นตอนของวิปครีม โดยตีวิปครีมด้วยความเร็วปานกลาง ค่อยใส่ไอซิ่งลงไปทีละน้อยๆ ตีจนวิปครีมขึ้นฟู และนำมาผสมกับตัวมองบลังค์ที่ทำไว้ตอนแรก โดยตี และค่อยๆเติมวิปปิ้งครีมทีละน้อยๆ

เมื่อได้ส่วนผสมทุกอย่างก็เป็ยวิธีการประกอบตัวมองบลังค์  โดยวางแผ่นเค้กลลงบนทาร์ต ตามด้วยยอดวิปครีมเป็นก้อนตรงกลางแผ่นค้ก จากนั้นวางเกาลัดเชื่อมไว้บนวิป และบีบวิปให้เป็นยอดจั่ว ตามด้วยบีบครีมเกาลัดวนรอบจั่ว สุดท้ายก็วางด้วยเกาลัดเชื่อมบนยอด เป็นอันเสร็จ

ขนมซูเฟล่ หวานละลายในปาก

  ขนมซูเฟล่ คือขนมที่อยู่กับประเทศฝรั่งเศสมานานแล้ว ด้วยวิธีการที่ทำง่าย จึงแทบจะเป็นขนมประจำครอบครัวของชาวฝรั่งเศสเลยทีเดียว ซูเฟล่ จะมีลักษณะนุ่ม ฟู มีเนื้อที่บางเบา เมื่อรับประทานไปแล้วจะรู้สึกเหมือนกับว่าละลายในปาก ความหมายของซูเฟล่ ก็มาจาก การตีเป็นฟอง หรือทำให้พองฟู ซึ่งนี่ก็คือเอกลักษณ์ของขนมชนิดนี้นั่นเอง  การเสิร์ฟซูเฟล่ ต้องรีบเสิร์ฟหลังจากที่ออกจากเตาในทันที เพราะความฟูของซูเฟล่จะมาสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ที่ชิมได้ในเวลาไม่นานนัก หลังจากนั้นมันจะค่อยๆยุบตัวลง

ส่วนประกอบและวิธีการทำ

1.เม็ดช็อกโกแลตชิป   2.แป้งสาลีเอนกประสงค์   3.นมสดรสจืด   4.กาแฟผง   5.ผงโกโก้
6.น้ำตาล   7.ไข่แดงของไข่ไก่    8.ไข่ขาว   9.วานิลา   10.เกลือ   11.ครีมออฟทาร์ทา

วิธีการทำ
1.อบถ้วยซูเฟล่โดยใช้เนยทาให้ทั่วแล้วโรยด้วยน้ำตาลทรายเม็ดเล็กๆให้ติดทั้งถ้วยโดยอบที่อุณหภูมิ 375 องศาฟาเรนไฮน์

2.เอาผงโกโก้ กาแฟ แป้ง น้ำตาล ลงในหม้อ จากนั้นเทนมตามลงไป และนำไปตั้งไฟคนส่วนผสมให้เข้ากัน คนไปเรื่อยๆจนเดือดและยกลงจากเตา

3.ใส่เม็ดช็อกโกแลตชิป คนให้ละลาย เมื่อละลายแล้วก็ใส่ไข่แดงตามลงไป คนเร็วให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วใส่กลิ่นวานิลาลงไป

4.ทิ้งส่วนผสมไว้ให้เย็นด้วยอุณหภูมิห้อง เมื่อเย็นแล้วก็ใส่ไข่ขาวลงในอ่างผสม ใส่เกลือ และครีมออฟทาร์ทาร์ลงไป ตีไข่ขาวจนตั้งยอด  นำไปอบในเตาอบประมาณ 20 นาที จนซูเฟล่หยุดฟู สามารถเสิร์ฟได้เลย

ขนมกาเนอเล่ ขนมประวัติยาวนานจากฝรั่งเศส

  ขนมกาเนอเล่ ถือเป็นขนมเก่าแก่ของประเทศฝรั่งเศสเลยทีดียว เนื่องจากมีต้นกำเนิดมาประมาณ 400 ปีที่แล้ว (ประมาณสมัยอยุธยาเราได้เลย) ประวัติของมันเกิดจากบรรดาเหล่าแม่ชี ได้รวมตัวกันเพื่อทำขนมชนิดนี้ แจกจ่ายให้กับคนยากคนจน โดยการเอาแป้งมารีด และม้วน เอาไปทอด ต่อมาจึงมีการประยุกต์ใส่แม่พิมพ์ให้ดูสวยงาม  ส่วนผสมของขนมชนิดนี้ จะมี นม วานิลา น้ำตาล แป้ง ไข่แดง เนย เหล้ารัม มาผสมรวมกัน เจ้าขนมชนิดนี้จะมีขนาดเล็ก นุ่มลิ้น เคลือบด้วยคาราเมลชั้นหนาๆ เมื่อกินไปแล้วจะมีความรู้สึกแบบกรอบนอกนุ่มใน

ส่วนประกอบและวิธีการทำ

1.นม    2.เนย  3.น้ำตาล   4.แป้งอเนกประสงค์   5.ไข่ไก่    6.เกลือ    7.วานิลา   8.เหล้ารัม

วิธีการทำ

1.ต้มนมและเนยให้เดือดด้วยไฟปานกลาง จากนั้นทิ้งให้เย็น   เมื่อรอจนนมเย็นแล้ว จึงตีไข่ใส่ลงไป และคนให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ ไม่ต้องแรงมา

2.ร่อนแป้งอเนกประงค์กับน้ำตาลคลุกเคล้าให้เข้ากัน

3.ให้เทส่วนผสมของนมและไข่ที่เตรียมไว้ลงไปในแป้งกับน้ำตาล จากนั้นก็ตีให้เข้ากัน และค่อยๆใส่วานิลา เหล้ารัมพร้อมเกลือเพียงเล็กน้อย เมื่อได้ที่แล้ว ให้เอาแรปมาคลุมไว้ เข้าแช่ในตู้เย็นไว้ประมาณ 2 วัน หมั่นเข้าไปคนส่วนผสมวันละครั้งพอ
4.เมื่อครบกำหนดแล้ว ก็อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 460 องศาฟาเรนไฮต์ จากนั้น ก็อุ่นแม่พิมพ์ซิลิโคนวางบนถาดรองในเตาอบ 3 นาที และนำเนยมาทาที่ก้นหลุมพิมพ์นิดหน่อย

5.เทแป้งลงในพิมพ์ประมาณ ¾ ของหลุม เพื่อเหลือพื่นที่ให้ขนมฟูขึ้นมาเอง
6.อบด้วยความร้อน 460 องศาฟาเรนไฮต์ เป็นเวลา 15 นาที และลดเหลือ 370 องศาฟาเรนไฮต์  อบต่อไปอีก 1 ชั่วโมงอาจจะมากกว่าไม่เกิน 7 นาที คอยสังเกตุว่าต้องการให้ขนมมีความเกรียมแค่ไหน จากนั้นกถือว่าเป็นอันเสร็จ

เอแคลร์ ขนมหวานสุดน่ารักจากฝรั่งเศส

  ขนมจากฝรั่งเศสที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดีที่สุดก็คือ เอแคลร์ ขนมรูปร่างกลมๆรีๆขนาดพอดีคำ ข้างในสอดไส้ครีมหอมหวาน ที่ฝรั่งเศสจะเรียกขนมชนิดนี้ว่าชูส์ (Choux) ส่วนคำว่า ลักษณะเด่นของเอแคลร์คือ จะเป็นขนมที่มีเปลือกคงรูป ภายในเป็นรูกลวง บรรจุไส้ต่างๆไว้ เช่น ไส้ครีมช็อคโกแล็ต วานิลา สตอร์เบอร์รี่ ฯลฯโดยจะเจาะรูเล็กๆที่เปลือก แล้วบีบไส้ครีมต่างๆเข้าไปในช่องว่างให้เต็ม

ส่วนประกอบและวิธีการทำ
ตัวเอแคลร์

1.แป้งสาลี   2.เนยขาวหรือมาการีน  3.น้ำ   4.ไข่

ไส้เอแคลร์
1.นมข้นจืด    2.น้ำเปล่า    3.น้ำตาลทราย    4.ไข่ไก่ทั้งฟอง    5.แป้งข้าวโพด    6.กลิ่นวานิลลา   7.เนยสดชนิดเค็ม

วิธีการทำ

1.นำน้ำกับเนยไปต้มให้เดือดด้วยไฟปานกลาง จากนั้นให้ร่อนแป้ง  และนำแป้งที่ร่อนแล้วลงไปคนในน้ำผสมเนย คนเร็วๆจนแป้งรวมตัวกันเป็นก้อน และร่อนออกจากภาชนะ กวนแป้งต่อไปอีกเพื่อให้มีลักษณะข้นเป็นเจลและสุกทั่วถึงกัน

2.นำแป้งที่ได้มาพักไว้ให้อุ่น ในอุณหภูมิ 21-24 องศาเซลเซียส ค่อยๆใส่ไข่ทีละฟองจนหมด  จากนั้นเอาใส่ถุงบีบ โดยบีบบนถาดที่ทาด้วยเนย หรือ รองด้วยแผ่นรองอบ อบที่อุณหภูมิ 375 องศาฟาเรนไฮต์ 20 นาที จนเหลืองสุก แล้วนำมาพักไว้ให้เย็น

3.เตรียมทำไส้เอแคลร์  โดยผสมนมข้น น้ำเปล่า ไข่ไก่ แป้งข้าวโพด คนจนทุกอย่างเข้ากัน จากนั้นนำไปกวนบนเตาเปิดไฟกลางให้ใส่น้ำรองไว้ด้านล่าง คนโดยไม้พายตลอดเวลาจนทุกอย่างเข้ากัน เมื่อเริ่มข้นแล้ว ให้ใส่เนยสด และกลิ่นวานิลาลงไป จากนั้นคนอีกสักครู่แล้วจึงยกลงพักไว้ให้เย็น โดยใช้น้ำเย็นใส่น้ำแข็งรองไว้ด้านล่างแล้วค่อยวางถาดที่ใส่ไส้ลงไปอีกที จากนั้นแรปด้วยพลาสติก รอให้เย็น

4.เจาะรูที่เปลือกแป้งเอแคลร์ แล้วจึงบีบไส้ลงไปให้เต็มรู